โมเดลกู้วิกฤตพื้นที่สีเขียวล่าสุดของกทม. ‘ปลูกต้นไม้หั่นภาษี’

กทม.เตรียมผลักดันมาตรการจูงใจเอกชน โดยวางกลยุทธปลูกต้นไม้ช่วยลดหย่อนภาษีโรงเรือน-ที่ดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว หลังองค์การอนามัยโลกระบุ กรุงเทพฯมีพื้นที่สีเขียวต่อคนน้อย เพียง 3 ตารางเมตรต่อคนเท่านั้น

Coding

กทม.เตรียมผลักดันมาตรการจูงใจเอกชน โดยวางกลยุทธปลูกต้นไม้ช่วยลดหย่อนภาษีโรงเรือน-ที่ดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว หลังองค์การอนามัยโลกระบุ กรุงเทพฯมีพื้นที่สีเขียวต่อคนน้อย เพียง 3 ตารางเมตรต่อคนเท่านั้น

เรื่องนี้นับเป็นโมเดลกู้วิกฤตพื้นที่สีเขียวที่ดีมากๆ อีกโมเดลหนึ่งซึ่ง กทม. กำลังยื่นข้อเสนอและเตรียมตั้งคณะกรรมการการปลูกและดูแลต้นไม้กทม. โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธาน โดยเรื่องนี้ได้รับการแถลงขึ้นโดย พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม. เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 โดยกล่าวว่า จากปัญหาวิกฤติด้านพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร ที่มีพื้นที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดจำนวนมาก โดยตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก กำหนดพื้นที่สีเขียวต่อสัดส่วนประชากรที่เหมาะสมคือ 9 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งปัจจุบันกทม.มีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวเพียง 6.14 ตารางเมตรต่อคนเท่านั้น เมื่อเมืองมีพื้นที่สีเขียวน้อย ก็จะทำให้เกิดการผลิตก๊าซออกซิเจนน้อย และส่งผลให้สภาพอากาศเป็นพิษ ดังนั้น กทม.จึงเร่งวางแผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในรูปแบบสวนสาธารณะหรือสวนหย่อมต่างๆ นั้นทำได้ยาก เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่ต่างเป็นที่ดินของเอกชนและที่ดินมีมูลค่าสูง กทม.ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อที่ดินได้ ดังนั้นจึงมุ่งแนวทางในการสร้างความร่วมมือให้ประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่บ้านเรือนของตนเอง

 

พล.ต.ท.อำนวยยังกล่าวต่อไปอีกว่า ทั้งนี้แนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ในกรุงเทพฯนั้น กทม.จะกำหนดมาตรการใน 2 รูปแบบคือ

1. มาตรการภาครัฐ คือการบังคับให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงาน ต้องวางแผนการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตนเอง โดยเสนอแผนให้คณะกรรมการเพิ่มพื้นที่สีเขียว กทม.รับทราบและดำเนินการปลูกอย่างเป็นทางการ

2. มาตรการภาคเอกชน จะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการปลูกต้นไม้ โดยหากภาคเอกชน-ประชาชนปลูกต้นไม้ตามพื้นที่ที่กำหนด จะมีรุกขกรสำนักงานเขตคำนวณจำนวนต้นไม้กับจำนวนการผลิตแก๊สออกซิเจนเพื่อนำมาลดภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งการลดภาษีดังกล่าวและกับจำนวนต้นไม้ที่มากขึ้น จะช่วยให้กทม.ประหยัดงบประมาณที่ต้องนำมาเพิ่มพื้นที่สีเขียว-ปลูกต้นไม้ได้อย่างมาก

โดยกทม.อยู่ระหว่างศึกษากรอบแนวทางที่ชัดเจน และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติมาตรการดังกล่าว จากนั้นจะเร่งการปรับแก้กฎหมาย เพื่อกำหนดแนวทางการลดภาษีให้แก่ประชาชนต่อไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยความคืบหน้าในโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าขณะนี้โครงการฯดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารกทม.แล้ว โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการการปลูกและดูแลต้นไม้กทม. มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธาน

“ในส่วนของรายละเอียดนั้น นอกจากมีการปลูกต้นไม้ลดหย่อนภาษีแล้ว ยังครอบคลุมถึงการจัดการน้ำเสียด้วย โดยเมื่อสำนักงานเขตออกไปตรวจพื้นที่สีเขียวตามพื้นที่ต่างๆ ว่าตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ก็จะทำการตรวจระบบการจัดการน้ำเสียของพื้นที่ในส่วนนั้นเช่นกัน โดยในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงานได้นำตัวอย่างของเครื่องดักไขมันไปแจกจ่ายในครัวเรือน ซึ่งเตรียมจะนำเสนอแก่ผู้ค้าอาหารริมทาง (สตรีทฟู้ดส์) ในถนนเยาวราชด้วย ทั้งนี้หากบ้านพักอาศัยของประชาชนทุกบ้านมีการบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงท่อ จะทำให้ช่วยลดปัญหาการเกิดมลพิษทางน้ำ แม้จะยังไม่สะอาดทั้งหมด แต่ก็คงจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าตามเส้นทางระบายน้ำต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจบ้านเรือนหรืออาคารที่เข้าข่ายในการชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการตรวจสอบในพื้นที่จริง” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

 

 

Think of Recycled Plastics
Think of Union J. Plus (Thailand) Co., Ltd
"ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเม็ดพลาสติกทุกชนิดคะ"
บริษัท ยูเนี่ยน เจ. พลัส (ไทยแลนด์) จำกัด
Union J. Plus (THAILAND) Co.,Ltd
ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกรีไซเคิล HDPE, LDPE, PP, HIPS และ ABS
จำหน่ายเม็ดพลาสติกเกรด A จาก ExxonMobil, LOTTE Chemical ประเภท HDPE, LLDPE, LDPE และ PP

 


Update on 22 January 2020